ชื่นชมครู สละเวลา สละรถส่วนตัว พา นร. ถ่ายรูปติดบัตร เพราะเห็นใจบางคนไม่มีเงิน

ครูที่เป็นมากกว่าครู ชื่นชมจิตวิญญาณของผู้ให้ ครู สละเวลา รถส่วนตัว พานร. ถ่ายรูปติดบัตร เพราะเห็นใจบางคนไม่มีเงิน นักเรียนเป็นเหาครูยังหมักให้!
ชื่นชมครู สละเวลา สละรถส่วนตัว พา นร. ถ่ายรูปติดบัตร เพราะเห็นใจบางคนไม่มีเงิน

จันไปเจอเรื่องราวทัชหัวใจมาอีกแล้ว ครูในความทรงจำของลูกเพจเป็นแบบไหน แต่สำหรับเด็กๆที่โรงเรียนนี้ แสนโชคดี ที่เขามีครูที่เป็นมากกว่าครู มีครูที่พร้อมเป็นทุกอย่างให้พวกเขา ไม่ได้แค่คอยป้อนความรู้ แต่ครูคนนี้คอยป้อนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพวกเขา

โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนในชนบทมักจะเป็นโรงเรียนอันดับท้ายๆที่ทุกอย่างจะถูกส่งถึง ซึ่งไม่รู้ว่าประโยชน์นี้ จริงเท็จแค่ไหน แต่มันคือประข้อเท็จจริงที่ถูกถ่ายทอดออกมา ในเพจ เฟซบุ๊ก “วันนั้นเมื่อฉันสอน”

เจ้าของเพจคือครูคณิตหนุ่มคนหนึ่ง ที่เขาคอยเขียนเรื่องราว และข้อคิดลงในเพจเพื่อแบ่งปันให้หลายคนได้อ่าน และมีเรื่องหนึ่ง ที่จันอดนำเอามาให้ลูกเพจอ่านไม่ได้ เมื่อเห็นความเสียสละของครูคนนี้ ใช้รถกระบะส่วนตัว พานักเรียนชั้นป.6 เข้าเมืองไปถ่ายรูปจบ พาเข้าเซเว่นฯเพื่อซื้อขนม แต่เรื่องราวประทับใจไม่ได้มีแค่นั้น เพราะมันมีอะไรมากมายที่ซ่อนอยู่

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

โดยครูเล่าว่า

ทุกปีจะมีร้านถ่ายรูปมาถ่ายรูปนักเรียนเพื่อติดวุฒิเมื่อสิ้นปีการศึกษา

แต่ชีวิตของเด็กที่นี่ไม่มีโอกาสแบบนั้น เนื่องจากเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนชั้นป.6 แค่เพียง 4 คน จึงไม่มีร้านถ่ายรูปร้านไหนมาเพราะไม่คุ้มค่ากับการเดินทาง

แต่ละปีเด็กๆจะต้องให้พ่อแม่พาไปถ่ายรูปไกลถึงตัวเมืองที่อยู่ห่างออกไป

ถึง 20 กิโลเมตร แต่ถ้าเด็กอาศัยอยู่กับตายายหรือไม่มีรถส่วนตัวพวกเขาก็จะลำบากอย่างมากเพราะไม่มีรถประจำทาง

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

ผมเองซื้อรถกระบะมาก็ไม่ได้เจตนาที่จะให้มันเป็นรถโรงเรียน แต่เมื่อได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากของนักเรียนแล้วอะไรที่พอช่วยได้ผมก็จะช่วย

ผมสัญญากับพวกเขาไว้ว่าเมื่อสิ้นปีการศึกษา จะพาไปถ่ายรูปและเที่ยวเล่นในเมือง เด็กๆดีใจกันมากเพราะหลายๆคนไม่มีพ่อแม่พาไป

อยู่ที่นี่ผมสอนคละชั้นคือเรียนพร้อมกันทั้ง ป.5 ป.6 เมื่อจะพา ป.6ไป ป.5ก็น้อยใจที่ถูกทิ้งไว้ พวกเขาจึงมาอ้อนวอนกับผม สุดท้ายจึงต้องพาไปกันทั้งหมด เด็กบางคนลงทุนแคะกระปุกออมสินเพื่อนำเงินไปซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อ

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

เชือกเส้นเล็กๆท้ายกระบะถูกมัดเพื่อที่จะไม่ต้องปิดฝาท้ายให้นักเรียนที่นั่งเบียดเสียดกันอึดอัด มันเป็นสิ่งที่ค้ำจุนการมีอยู่ของชีวิตทั้งหมดในนั้น

รถของผมไม่ได้กว้างขวางพอที่จะยัดนักเรียนไปทั้งหมดแต่เพราะอยากไปมากพวกเขาจึงยอมเบียดเสียดกันไปบนรถของผม

เชื่อหรือไม่ว่า การไปร้านสะดวกซื้อก็เป็นทักษะอย่างหนึ่ง

ในตอนที่เป็นเด็กนั้น ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นซาลาเปาในตู้นึ่ง

ผมอยากทานมากจึงหยิบไปจ่ายเงิน พนักงานถามผมว่า

"น้องไม่ร้อนหรอคะ ?"

ผมเพิ่งรู้ในตอนนั้นว่าต้องใช้ที่คีบหรือเรียกพนักงานขาย ไม่ใช่ล้วงมือเข้าไปหยิบเองแบบนี้เพราะมันร้อน เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมอายและจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่า การไปร้านสะดวกซื้อไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน แต่สำหรับผมและเด็กเติบโตมาในชนบทเข้าใจเลยว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

เมื่อออกจากร้าน ผมเหลือบไปเห็นนักเรียนของผมคนหนึ่งซื้อขนมเพียงชิ้นเดียว จึงถามเขาว่า

"ทำไมไม่ซื้ออย่างอื่นเลย ?"

เขาตอบผมว่า

" ตั้งใจมาซื้อแค่ลูกอมรสนี้ครับ มันอร่อยมาก เคยกินครั้งเดียวตอนไปทัศนศึกษาเลยจำไว้ว่าต้องซื้อมันอีก"

เรื่องจริงอย่างหนึ่งของเด็กที่นี่คือ บางคนมีโอกาสเข้าไปในเมืองแค่ตอนทัศนศึกษาเท่านั้น

ครั้นเมื่อผมขอลองชิมกับเขาเม็ดหนึ่งก็พบว่ารสชาติของมันหอมหวานอร่อยจนทำให้ต้องหวนนึกไปถึงบรรยากาศในวัยเด็กที่ชอบลิ้มลองความหวานของลูกกวาด

"ทำไมกันนะ ตอนที่มีเงินแล้วเราจึงไม่อยากทานมันเหมือนตอนเป็นเด็ก"

ทุกปีผมจะพานักเรียนมาเที่ยวในเมืองปีละครั้ง แต่ละครั้งที่พามาผมมักจะเดินดูพวกเขาว่าซื้ออะไรในมือบ้าง เพราะเด็กบางคนต้องทนรับรสชาติขมขื่นที่ไม่มีเงินอย่างเพื่อน ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น บางคนไม่มีเงินซื้อของเขาก็ไม่กล้าลงจากรถ ครั้งหนึ่งผมเคยให้เงินนักเรียนไปซื้อขนมเพราะเห็นว่าเขาไม่มีอะไรติดมือเลย แต่เด็กบางคนก็ไม่อยากรับไว้เพราะเกรงใจ ผมจึงบอกไปว่า

"ไม่เป็นไร ครูให้ยืม"

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

แต่จนถึงวันนี้ เงินนั้นผมก็ไม่เคยได้คืนหรอกแต่ก็สุขใจที่ได้ช่วยเหลือเขา

วันนี้เรื่องลูกอมรสองุ่นที่เด็กชายเล่าให้ฟังนั้นรสชาติของมันวิเศษอย่างแท้จริง แต่ผมก็รู้ว่าเหตุผลที่เขาไม่ซื้ออย่างอื่นไม่ใช่อย่างที่เขาบอกหรอก แท้จริงเเล้วเขาต้องใช้เงินส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าถ่ายรูปจึงซื้อขนมได้ชิ้นเดียว

บางอย่างที่เรารู้ความจริงแต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดมันหรอกและการอดกลั้นตัดใจในสิ่งที่ของที่อยากได้นั้นจะทำให้เราเข้มแข็งในอนาคต ความยากลำบากนี่แหละจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด

มันจริงที่ว่า "ยิ่งฟ้ามืดเท่าไหร่ เรายิ่งเห็นแสงดาวได้ชัดเท่านั้น " วันนี้ก็เหมือนกัน ร้านถ่ายรูปร้านนี้กลายเป็นร้านประจำของโรงเรียนเราไปแล้วเพราะทุกครั้งที่มาเขาจะลดให้เราทุกครั้ง

วันนี้เด็กชายได้กินขนมนั่นก็เพราะส่วนลด ใครจะไปรู้ล่ะว่าสิ่งเล็กๆที่เราแบ่งปันให้กันในสังคม จะมอบโอกาสให้กับเด็กคนหนึ่งได้เติบโต

พบกันใหม่ปีหน้านะ

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : วันนั้นเมื่อฉันสอน

เมื่อจันได้อ่านเรื่องราวของคุณครูคนนี้ จันจึงเข้าไปดูการเคลื่อนไหวในเพจทันที จันไม่รู้ว่าคุณครูคนนี้ชื่ออะไร สอนที่โรงเรียนไหน เพราะจันพยายามหาแล้ว แต่ครูคงไม่สะดวกเปิดเผย แต่จันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย เมื่อจันเห็นทุกๆข้อความทุกเรื่องราวที่ครูโพสต์ ทั้งเรื่องน่ารักไร้เดียงสาของเด็ก และความเสียสละของครู ครูคนเดียวแต่ทำเกือบทุกอย่างให้นักเรียนแล้ว นักเรียนเจ็บครูรักษา นักเรียนไม่รู้ครูช่วยให้กระจ่าง แม้แต่นักเรียนหิวครูก็ทำให้อิ่ม เหาเจ้าปัญหาที่อยู่บนหัวนักเรียน ครูคนนี้ก็ขอกำจัดให้หาย

ชื่นชมในจิตวิญญาณของความเป็นมากกว่าครู มากกว่าคนให้ความรู้ ใครรู้จักคุณครูคนนี้บ้างคะ บอกจันหน่อย จันอยากทำความรู้จักมากกว่านี้

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co