อย่ากลัวที่จะรัก! หญิงรักหญิง ตัดสินใจแต่งงาน สนับสนุน สมรสเท่าเทียม

เปิดใจ ครูตาล - ปราง หญิงรักหญิง ในวันที่สังคมยังไม่เปิดกว้าง แต่ก้าวผ่านอุปสรรคมาได้ เพราะครอบครัวเข้าใจ และ ไม่กลัวที่จะรัก เผย สนับสนุน #สมรสเท่าเทียม หวังมีกฎหมายรองรับชีวิตคู่
อย่ากลัวที่จะรัก! หญิงรักหญิง ตัดสินใจแต่งงาน สนับสนุน สมรสเท่าเทียม

อ่านเรื่องราวนี้จบ ทุกคนจะรู้ว่า ความรัก คือ สิ่งที่สวยงามมาก

เธอชื่อ ตาล อายุ 31 ปี เป็นครูสอนอยู่ที่ จ.ชุมพร

ส่วนเธอคนนี้ ชื่อ ปราง อายุ 24 ปี เป็นผู้ช่วย ICU ที่โรงพยาบาล

2 คนนี้เป็นแฟนกันค่ะ หลายคนอาจจะเคยเห็น ครูตาลและปราง ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก เมื่อ 27 ธ.ค.64 ด้วยคอนเทนต์ภาพพรีเวดดิ้ง “ผู้หญิงแต่งงานกับผู้หญิง”

อีจันมีโอกาสได้พูดคุยกับครูตาลและปราง ทั้ง 2 คนน่ารักมากๆค่ะ เป็นกันเองที่สุด อีจันไปล้วงลึกมา จากวันแรก จากคนที่ไม่เคยเจอแม้แต่หน้า จนถึงวันนี้ วันที่ตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านอะไรกันมาบ้าง ?

จุดเริ่มต้นของ ครูตาล และ ปราง

เชื่อไหมคะ ว่าทั้ง 2 คนเจอกันผ่าน แอพพลิเคชั่น TIKTOK เรานั่งฟังยังตกใจ เห้ย จริงหรือนี่ ?

ปราง ยืนยัน จริงๆ เป็นคนเริ่มตกหลุมรัก ครูตาล เพราะเห็นทำคอนเทนต์ คนเจ้าชู้ เห็นว่าเป็นครูสาวน่ารักๆ ก็มีทักไปหาบ้าง ขอเป็นแฟนคลับ แต่บางทีคอนเทนต์เจ้าชู ปราง ก็ไม่ชอบ กลับเป็นคนบล็อกครูตาล แต่สุดท้ายทนความน่ารักไม่ไหว ต้องปลดบล็อก แล้วทักไปหาใหม่ คราวนี้จริงจังมากกว่าเดิม ทักไปขอช่องทางการติดต่อของครูตาล ที่ไม่ใช่ TIKTOK เริ่มขอเฟซบุ๊ก ในที่สุดทั้ง 2 คนก็ได้คุยกัน

เรื่องราวระหว่างทางนั้น ก็มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ตลอด

คุยได้ 2 เดือน ปราง โผล่มาที่บ้านของครูตาล !

ระยะทางจากบ้าน ปราง มาที่ บ้านครูตาล ห่างกัน 300 กิโล ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง

แต่ระยะทาง และ เวลา ไม่ใช่อุปสรรค ที่จะมาหาแฟน

ครูตาล บอกว่า “ตอนนั้นคุยหลายคน ก็เป็นคนโสดเนอะ คุยเผื่อเลือก เราคิดว่า เราสวยเลือกได้ แต่ปรางก็น่ารัก เขาเด็กกว่าเรา 6-7 ปี เราชอบเขาตรงที่ ความตั้งใจของเขา ตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา คำพูดเขาดูเป็นผู้ใหญ่ เรารู้สึกว่าเราอายุ 30 แล้ว เราอยากจะเจอคนที่เป็นผู้นำเราได้ พอคุยเเล้วเขายอมรับในความเป็นตัวเราได้ เพราะเราค่อนข้างที่จะโลกส่วนตัวสูงด้วย มาที่บ้าน แม่ก็รับได้ บ้านเขาก็โอเค รับกันและกันได้”

จนถึงวันนี้ ตัดสินใจคบกันมา 8 เดือนแล้วค่ะ

และมีแพลนจะแต่งงานกัน ปี 2566

หลังจากที่ทั้ง 2 คน ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ปราง เกิดความคิด #ต้องถ่ายพรีเวดดิ้ง เหตุผลหลัก ที่ทำเอาเราต้องหัวเราะกับครูตาล คือ ปรางจะไปเรียนต่อ จึงอยากถ่ายพรีเวดดิ้ง มัดจำไว้เป็นหลักฐานว่า ครูตาลมีเจ้าของแล้วนะ จบประโยคนี้ ครูตาลหัวเราะ แล้วบอกกับเราว่า ตอนนั้นก็เซอร์ไพร์สเหมือนกัน เพราะ ปราง ส่งสลิปการโอนเงินจองถ่ายพรีเวดดิ้งมาให้ ไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้

หลังจากที่โพสต์ภาพพรีเวดดิ้งไป ชาวเน็ตแห่แชร์เกือบ 20,000 แชร์!!!

คนคอมเมนท์เป็นกำลังใจ และชมว่าทั้งคู่สวยที่สุด!!!

“เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ ในเรื่องของความรัก มันเป็นเรื่องของความรู้สึก เราไม่ได้รักกันที่เพศ เราแค่ตกหลุมรักใครบางคนเท่านั้น เราสื่อออกไป ว่า อย่ากลัวที่จะรัก”

“ ที่บอกว่าอย่ากลัวที่จะรัก เพราะตาลเคยเจอคนใกล้ตัว เขามีความรักเหมือนเรา เขาอยู่กันมา 10 ปี แต่ครอบครัวไม่ยอมรับ แต่เขาก็ยอมจำใจไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้ เรารู้สึกว่า ถ้าการจำกัดแบบนั้น มันกลายเป็นว่าตัวเราเองจะไม่มีความสุข ทุกวันนี้ยังคิดอยู่ว่า เวลาทำอะไรก็เลือกที่ตัวเองทำแล้วมีความสุขที่สุด เพราะ ชีวิตเราเกิดมาชีวิตเดียว ถ้ามัวจมอยู่กับความทุกข์ มันก็ไม่รู้ว่าจะเอาตรงไหนมามีความสุข ที่สำคัญ คือ ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความสุข” ครูตาลเล่า

วันที่ตัดสินใจบอกครอบครัว จะใช้ชีวิตร่วมกัน

ปราง : ปรางเกริ่นไปว่า เรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว ตอนนี้พร้อมที่จะใช้ชีวิตกับใครสักคนแล้ว แม่เราก็บอกว่า อยากทำอะไรก็ทำเลย เอาที่ชีวิตตัวเองมีความสุข โตแล้ว กำหนดชีวิตตัวเองได้เลย

ตาล : ตอนนั้นเรายังตกใจอยู่ เราก็พูดกับแม่ว่า ถ้าสมมุติว่าน้องปรางมาขอ แม่จะเรียกสินสอดไหม เรียกเท่าไหร่ แม่ก็บอกว่า แล้วแต่น้องปรางเลย น้องปรางให้มาเท่าไหร่ แม่ก็จะให้คืนไปเท่านั้น แล้วเราก็เลยบอกไปว่า จะไปถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยนะ แม่ตื่นเต้นกับเรามาก แม่บอกกับเราประโยคหนึ่งว่า ดีแล้ว ที่เจอคนที่เขาจริงใจ

เราถามว่า ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นสาวทอม ก็ต้องใส่สูท แต่ปรางกลับใสน่ชุดไทยที่เป็นกระโปรงด้วย

ปรางคลายความสงสัย ว่า ที่ใส่กระโปรงนั้น จะสื่อออกมาให้เห็นถึงความอ่อนโยน เพราะหลายคนมองว่า เป็นทอมต้องขี้เก๊ก เก๊กให้เหมือนผู้ชายเหรอ พยายามให้เหมือนผู้ชายที่สุด เราเลยอยากสื่อออกไปว่า เรายังมีความเป็นผู้หญิง อ่อนโยน และให้เกียรติเพศของตัวเองด้วยค่ะ

เพศที่สาม กับ กฎหมายไทย

ครูตาล แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า “ความคิดคนเปลี่ยนยากมาก ด้วยความที่วัฒนธรรมไทย ปลูกฝังมาว่า หญิงต้องคู่กับชายเท่านั้น ตาลมองไปถึงเรื่องของกฎหมายบ้านเมืองเรา ถ้าสมมุติว่ากฎหมายเขาเปิดกว้างตั้งแต่แรก พ่อแม่ของเราก็จะมีความเชื่อว่ามันจะสามารถทำได้ แต่ด้วยความที่เมื่อก่อนเขาปลูกฝังมาแบบนี้ กลายเป็นว่าก็ตกทอดมาเรื่อยๆ จนคนอื่นมองว่า ทำไมแปลก ? ทำไมประหลาด ?

แต่ตาลโชคดีอย่างหนึ่ง คือ ตาล ใช้ชีวิตแบบสู้คนเดียวมาตลอด แม่ที่อยู่ปัจจุบัน คือ แม่บุญธรรมค่ะ เขาค่อนข้างที่จะเข้าใจ เรากำหนดชีวิตเองไม่มีใครมาขีดให้เรา มันก็เลยไม่มีใครมากำหนดให้ว่า เราต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ มันค่อนข้างอิสระนิดหนึ่ง”

ครูตาลและปราง เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่มีอุปสรรคในการคบผู้หญิงเลย ครอบครัวพร้อมซัพพอร์ทตลอด “ลูกรักใครแม่ก็รักคนนั้น”

ตาล : ถ้าพูดถึงเรื่อง LGBTQ กับกฎหมายของไทย ตอนนี้ก็อยากจะให้ไทยเปิดกว้างขึ้น มีคำพูดที่ว่า “ผู้หญิงกับผู้ชายสิทธิเท่าเทียมกัน” แต่ว่า ณ ตอนนี้ผู้หญิงไม่เท่ากัน กับสิ่งที่ผู้หญิงกับผู้ชาย เขามี ก็คือ การจดทะเบียนสมรส เราบอกแล้วว่า เรารักกันในฐานะของมนุษย์ธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้น ในความที่เราก็เป็นคนไทย เราควรจะมีสิทธิ์ที่จะทำเหมือนที่คนทั่วไปเขาทำได้ กฎหมายควรจะเข้ามารับรอง เพราะว่า เรื่องสมรสเท่าเทียมประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาเปิดกันหมด เรามัวทำอะไรอยู่ ทำไมเรายังไม่ก้าวข้ามไปถึงจุดนั้นสักที

ไม่ใช่ว่าเราเป็นแบบนี้ แต่เราอยากจะเปิดโอกาส ให้คนอื่นได้ลองเรียนรู้ใช้ชีวิตร่วมกัน มีกฎหมายมารองรับ อย่างน้อยๆ มันจะได้เปลี่ยนความคิดคนรุ่นเก่า

คุยกันมาถึงจุดนี้ บทสนทนา เสียงหัวเราะเริ่มน้อยลง

เราสังเกตเห็นว่า ทั้ง 2 คนจริงจังมากกับเรื่อง สมรสเท่าเทียม

เป็นไปได้ก็ภาวนาให้มีกฎหมายมารองรับชีวิตคู่ เพราะอย่างน้อย ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเก่งมากๆ

ทั้งคู่โชคดีมากๆคะ คนรอบข้างเข้าใจในสิ่งที่เป็น ไม่เจอคำบูลลี่ เลยกล้าที่ก้าวข้ามอุปสรรค

ตาล : ฝากถึงคนที่ไม่กล้าที่จะเปิดและยังไม่กล้าจะยอมรับ คือ อยากจะบอกว่า ความรักมันเป็นเรื่องของความรู้สึก มันไม่ได้เกี่ยวกับเพศสภาพ เราแค่ตกหลุกรัก เราแค่ใช้ความรู้สึกนำทาง แล้วอย่ากลัวที่จะรัก เพราะความรักคือสิ่งสวยงามเสมอนะ

ปราง : เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นแบบเรา ตอนนี้โลกเปิดกว้างแล้ว ขอแค่เชื่อมั่นว่า ให้ตัวเองกล้าที่จะแสดงความรู้สึก ยอมรับตัวเองให้ได้และกล้าที่จะทำมันค่ะ

ฟังเรื่องราวของทั้ง 2 คนแล้ว รู้สึกมีความสุข อิ่มใจ มองเห็นภาพของความรักของคน 2 คน มันสวยงาม มีประโยคหนึ่งที่ครูตาล พูดว่า “อย่ากลัวที่จะรัก เราแค่ตกหลุมรักใครบางคนเท่านั้น”

อีจันรู้สึกว่า มันคือเรื่องจริง ยินดีกับทั้งคู่ด้วยค่า^^

อีจันขอเป็นอีก 1 กระบอกเสียง สนับสนุน #การสมรสเท่าเทียม ค่ะ

เพราะ ไม่ว่าเพศไหน ก็สามารถเป็นคู่ชีวิตกันได้ และทุกคน ไม่ว่า หญิง หรือ ชาย ควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน

คลิปแนะนำอีจัน
1 คู่ชีวิต ควรมีสิทธิ์ เท่าคู่สมรส #สมรสเท่าเทียม

Related Stories

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co