ครูยุ่น มูลนิธิคุ้มครองเด็ก เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายเด็ก

ไร้กังวล ครูยุ่น และ ประธาน มูลนิธิคุ้มครองเด็ก หรือมูลนิธิครูยุ่น เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายเด็ก
ครูยุ่น มูลนิธิคุ้มครองเด็ก เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายเด็ก

เหตุการณ์สะเทือนสังคม ที่หลายคนรอติดตามผลสรุป ว่าความจริง คือ อะไร ?

จากกรณี มีการตรวจสอบ มูลนิธิคุ้มครองเด็ก Child Protection Foundation - Thailand หรือ ที่หลายคนรู้จัก มูลนิธิครูยุ่น หลังจากมีการร้องเรียนว่า เด็กในมูลนิธิถูกทำร้ายร่างกาย บังคับให้ทำงาน

โดยวันที่ 3 พ.ย.65 นายมนตรี สินทวิชัย หรือ ครูยุ่น และ นายแก้วสรร อติโพธิ์ ประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็ก พร้อมทนายความ ได้เข้าพบตำรวจตามหมายเรียกรับทราบ ข้อหาทำร้ายเด็ก ที่ สภ.อ.อัมพวา

ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวนี้เกิดขึ้น ภายหลัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสงคราม ลงหา หาข้อมูลตั้งแต่วันวันที่ 28 ตุลาคม 2565 หลังได้รับแจ้งเหตุ

โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เปิดเผยข้อมูลภายหลังการตรวจสอบ 

จากการพูดคุยกับเด็ก ในมูลนิธิ เด็กให้ข้อมูลว่า เป็นการใช้งานเด็ก เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ครูยุ่น จึงทำโทษ แต่จากการตรวจสอบไม่มีบาดแผลทำร้ายที่ชัดเจน

ส่วนการใช้แรงงานเด็ก เป็นการให้เด็กในมูลนิธิ ไปทำงานในรีสอร์ทของเพื่อน ครูยุ่นซึ่งเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก กรณีนี้ต้องสอบสวนอีกครั้ง

ขณะที่ นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พม.จ.สมุทรสงคราม นำเอกสารมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ดำเนินการรับเด็กในสถานสงเคราะห์ทั้งหมดไปยังสถานแรกรับของทางราชการ

ซึ่ง นายแก้วสรร อติโพธิ์ ประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ได้แจ้งกับ พมจ..สมุทรสงคราม ว่า เด็กพวกนี้ไม่มีบ้านถูกรังแก ถูกทำร้าย มูลนิธิจึงรับมาดูแล มูลนิธิมีอำนาจการปกครองถูกต้อง สามารถทำโทษเด็กเหมือนพ่อทำโทษลูก ไม่ได้รุนแรงเกินเหตุ การที่มีเด็กร้องเรียนไม่กี่คน ซึ่งกลุ่มนี้บางคนอายุ 17 ปี ติดยาเสพติดนำมาให้น้องๆ เสพ ถ้าเป็นที่อื่นก็จับส่งตำรวจหมดอนาคตไปแล้ว

แต่ที่แห่งนี้พยายามอบรมสั่งสอนเพื่อให้กลับตัวเป็นคนดี จะมาหาว่าทำรุนแรงเกินไปได้อย่างไร  

เด็กทั้งหมดเราดูแลอย่างดี การจะมารับเด็กทั้ง 55 คนไป อาศัยอำนาจอะไร ถามเด็กทั้งหมดหรือยัง สิ่งที่ถูก ต้องควรฟังหูไว้หู ควรมาตรวจสอบแบบเงียบๆ เพื่อคุ้มครองเด็กๆ ไม่ใช่นำสื่อแห่กันมาแบบนี้ ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน

เหตุการณ์ดังกล่าว ทางครูยุ่น และ ทีมมูลนิธิคุ้มครองเด็ก มั่นใจว่า ดูแล สั่งสอนเด็กเป็นอย่างดี

ขณะที่ เด็กในมูลนิธิ ให้ข้อมูลว่าโดนทำร้าย บังคับทำงาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบก็พบมูลความผิด

ตอนนี้ความจริงมี 2 มุม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานต้องตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อชี้ความจริงที่มีเพียง 1 เดียวให้ได้

เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากค่ะ

คลิปอีจันแนะนำ
ครูเล่านาทีระทึก ทาสยา บุกทำร้ายคาห้องเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co