วันนี้ (8 มิ.ย.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง -150 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 67,150 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 67,350 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 65,809.56 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 68,150 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปภาพรวมตลาดทองคำ โดยราคาทองคำตลาดโลกปิดร่วงลงราว 3% ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลังตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตอกย้ำมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากสงครามในตะวันออกกลาง
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -147.0 เหรียญ หรือ -3.29% มาอยู่ที่ระดับ 4,327.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,300.0 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -6.16 เหรียญ หรือ -8.33% มาอยู่ที่ระดับ 67.75 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 67.21 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 5.22 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,019.92 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 9.22 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 52.07 ตัน
ราคาทองคำร่วงลงแล้วมากกว่า 17% นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. 2569 ขณะที่ราคาทองคำสัปดาห์ก่อนร่วงลงเกือบ 5% สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน บริเวณ 4,310 เหรียญ จากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ความกังวลเงินเฟ้อ และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
ขณะที่เปิดตลาดเช้านี้ ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาแถว 4,350 เหรียญ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณกดดันนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ไม่ให้อิสราเอลตอบโต้อิหร่าน ภายหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ประเด็นดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความกังวลบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำลดช่วงบวกลง หลังมีรายงานในช่วงเช้านี้ว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านในพื้นที่ภาคตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน กดดันให้ราคาทองคำปรับลดลงมาที่ระดับ 4,300 เหรียญอีกครั้งในช่วงเช้านี้
ผลสำรวจ Kitco News ล่าสุดสะท้อนว่า มุมมอง Wall Street ต่อทองคำกลับมาเป็น “ขาลง” อย่างชัดเจน หลังราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ โดยนักวิเคราะห์ 74% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 13% มองว่าราคาจะปรับขึ้น และอีก 13% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวทรงตัว
