ทำความรู้จักและวิธีการเลี้ยง ไอโซพอด สัตว์เลี้ยงดึกดำบรรพ์

ไอโซพอด สัตว์เลี้ยงโบราณ ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก แต่เลี้ยงง่ายไม่เปลืองพื้นที่
ทำความรู้จักและวิธีการเลี้ยง ไอโซพอด สัตว์เลี้ยงดึกดำบรรพ์

ย้อนกลับไป ได้เริ่มเลี้ยงเมื่อช่วงโควิด-19 ระบาดหนักปีที่แล้ว และก็ขยายกิจการมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็ยังสะสมน้องพอดสายพันธุ์ต่างๆ เพิ่มอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้มีประมาณ 35 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะสะสมแต่สายพันธุ์ที่เหมาะกับการเพาะเลี้ยง เพราะบางสายพันธุ์ก็ไม่เหมาะกับนำมาเลี้ยง ปกติแล้วเลี้ยงไม่ยาก ดูเรื่องความชื้นดิน คอยให้อาหารทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ เติมความชื้นทุกๆ 5-7 วัน / อาหารคอยให้ตลอดทุก 1-2 วันไอโซพอด เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ ตัวน้อยน่ารักแต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้จัก วันนี้ ทีมจันลั่นทุ่ง ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัว ไอโซพอด มาฝากลูกเพจทุกคนกันค่ะ

พี่โชติรวิน เอื้องฟ้าฮาม (บอส) จากเพจ FB : ลิตเติ้ลไอโซพอดไทยแลนด์ Little isopod Thailand ได้บอกว่า น้อง ไอโซพอด เป็นสัตว์ประเภทเดียวกับกุ้ง (ครัสเตเชียน) เป็นสัตว์เปลือกแข็ง สัตว์ขาปล้อง เวลาเจริญเติบโตจะต้องลอกคราบ น้องเป็นผู้ย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยปกติแล้ว สามารถพบได้ทั่วโลก ในป่าทึบที่มีแสงส่องถึงได้น้อย หรือบางสายพันธุ์อยู่ในถ้ำ และหน้าผาสูง ชอบหลบอยู่ใต้ไม้ ชอบอากาศเย็นๆ ชื้นๆ ไม่ชอบความร้อน เวลาเรานำมาเลี้ยงก็จะต้องดูเรื่องความชื้น กับอุณภูมิอย่าให้ร้อนเกิน 30 องศาเป็นหลัก

ในปัจจุบันคนไทยยังรู้จักน้องไอโซพอดไม่มากนัก แต่น้องเป็นสัตว์ที่น่ารัก และมีสีสันสวยงาม โดยต่างประเทศ ยกให้ที่ไทยเป็นประเทศที่มีไอโซพอดสวยที่สุดในโลก ซึ่งวิธีการเลี้ยง และสถานที่เลี้ยงนั้น เวลาเรานำมาเลี้ยง ก็จะต้องดูเรื่องความชื้น กับอุณภูมิอย่าให้ร้อนเกิน 30 องศาเป็นหลัก สามารถเลี้ยงในห้องนอนที่เปิดแอร์ได้ กล่องที่เลี้ยงสามารถวางหน้าคอมโต๊ะทำงานได้เลย ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด และไม่มีกลิ่นรบกวน

และการให้อาหาร โดยปกติตามธรรมชาติน้องจะกินพวกซากแมลง หรือ มอสเขียวที่ขึ้นตามขอนไม้ แทะใบไม้เป็นบางสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็ไม่ชอบกินใบไม้และมอส (เวลาเรานำเขามาเลี้ยง เราก็จะให้เป็นอาหารสำเร็จรูป + วิตามินสด จากแตงกวา ฟักทองดิบหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ) ทั้งนี้ ข้อควรระวัง ต้องระวังเรื่องอุณหภูมิอย่าให้ร้อนเกิน 30 องศา เพราะจะทำให้อากาศในกล่องเลี้ยงอบ และทำให้น้องตายได้

ในส่วนของการขยายพันธุ์ ปกติน้องไอโซพอดออกลูกเป็นตัว มีอายุขัย ประมาณ 1-2 ปี แต่ออกลูกทีละ 10-15 ตัว ความถี่แล้วแต่สายพันธุ์ บางพันธุ์สามารถให้ลูกได้ทุกเดือน บางพันธุ์อาจจะ 2-4 เดือนครั้ง อัตราการออกลูกทีละเยอะๆ จะมาแทนในส่วนของอายุขัยที่สั้น

ย้อนกลับไป ได้เริ่มเลี้ยงเมื่อช่วงโควิด-19 ระบาดหนักปีที่แล้ว และก็ขยายกิจการมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็ยังสะสมน้องพอดสายพันธุ์ต่างๆ เพิ่มอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้มีประมาณ 35 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะสะสมแต่สายพันธุ์ที่เหมาะกับการเพาะเลี้ยง เพราะบางสายพันธุ์ก็ไม่เหมาะกับนำมาเลี้ยง ปกติแล้วเลี้ยงไม่ยาก ดูเรื่องความชื้นดิน คอยให้อาหารทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ เติมความชื้นทุกๆ 5-7 วัน / อาหารคอยให้ตลอดทุก 1-2 วัน

ซึ่งปัญหาหลักๆที่เจอในการเลี้ยงไอโซพอด คือ ถ้าเราให้อาหารเขาเยอะเกินไป เขาจะกินไม่ทัน และเกิดราขึ้นอาหารได้ (ส่วนใหญ่แล้วจะแนะนำให้ลูกค้าให้ทีละน้อยๆ) เราจะแก้แก้ปัญหาตรงนี้โดยการ ใช้สปริงเทล ช่วยกินอาหารรอบนอก สปริงเทล เป็นเพื่อนร่วมระบบนิเวศกับไอโซพอด (บางคนเข้าใจผิดว่ามันกินเชื้อราโดยตรง อันที่จริงสปริงเทลนั้นมีหน้าที่ช่วยกินอาหารพอดก่อนจะเกิดเชื้อรา ดังนั้นเราควรให้อาหารทีละน้อยเพื่อให้เกิดความสมดุล)

ปัญหาที่ 2 คือ ถ้าเรานำใบไม้หรือสิ่งแปลกปลอมมาใส่ในกล่องน้อง อาจจะมีตัวไมท์ติดมา ซึ่งตัวนี้ลักษณะจะเป็นเหมือนแมงมุมตัวจิ๋วๆ หรือคล้ายๆหมัดแมว มันจะขยายพันธุ์และกินทุกอย่างที่ขวางหน้ารวมถึงไอโซพอดด้วย วิธีป้องกันคือ ไม่นำใบไม้ทีไม่ได้รับการคลีนหรือฆ่าเชื้อมาใช้ หรือไม่นำอุปกรณ์ที่ไม่สะอาดใส่ลงไปในกล่อง

ราคาที่ขาย ปัจจุบันมีตั้งแต่ตัวละ 50 บาท ไปจนถึง ตัวละ 600 บาท โดยปกติจะแนะนำให้ลูกค้าเลี้ยง 5 ตัวขึ้นไป เพราะว่าน้องจะสามารถออกลูกได้ถ้ามีจำนวนพอเหมาะ แล้วก็จะมีจัดชุดพร้อมเลี้ยงขายด้วย ในชุดก็จะมีน้องพอด 5 ตัวแถมไปด้วย ราคาชุดพร้อมน้องไอโซพอดก็จะอยู่ที่ 700 - 2800 บาท แล้วแต่สายพันธุ์ และของในชุดก็จะต่างกันนิดหน่อยครับตามราคา ลูกค้าที่มาสอบถามก็จะแนะนำให้ซื้อเป็นชุดพร้อมเลี้ยงไปครับ เพราะจะประหยัดกว่าซื้อแยก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co