ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ต้องอ่าน! อันตรายกว่าที่คิด

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เรื่องใหญ่! อันตรายกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่อึดอัดท้อง สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย
ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ต้องอ่าน! อันตรายกว่าที่คิด

เวลากินอาหารแล้วไม่ย่อย ท้องอืด มีลมในท้อง อย่านิ่งนอนใจ อย่าคิดว่าอาการแบบนี้ไม่ร้ายแรง กินผลิตภัณฑ์ช่วยย่อย เดี๋ยวก็หาย!

เพราะถ้าเป็นแบบนี้บ่อย ๆไม่ดีแน่! วันนี้ อีจัน ชวนทุกคนมาสังเกตอาการกันค่ะ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ท้องอืดเกิดจาก ในท้องมีอาหารค้างอยู่ จึงทำให้อึดอัด แน่นท้อง หรือมีลมอยู่ในท้อง ถึงแม้จะกินอาหารไปแล้ว 3-4 ชั่วโมงก็ตาม

สาเหตุอาการท้องอืดเกิดจากอะไรบ้างมาดูกัน

1.นิสัยการกิน

กินอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้กระเพาะบีบตัวช้าใช้เวลาย่อยอาหารนาน เช่น แกงกะทิ อาหารผัด อาหารทอด รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทถั่ว ผักดิบ เช่น สลัด ดังนั้นให้สังเกตว่ากินอาหารแบบไหนแล้วท้องอืดให้ลดอาหารประเภทนั้นลง

2.รูปแบบการใช้ชีวิต

ใครที่กินอาหารอิ่มแล้ว ชอบนั่งเฉยๆ หรือกินเยอะๆ บอกเลยว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้อาหารย่อยช้า และค้างอยู่ในกระเพาะนาน เมื่ออาหารค้างอยู่ในกระเพาะจะเกิดการหมัก ส่งผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ทำให้แน่นท้องและเกิดภาวะกรดไหลย้อนได้

ดังนั้น หลังมื้ออาหารควรเดินสักพักหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้กระเพาะและลำไส้มีการเคลื่อนไหว

3.อายุ...ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

ใช้จ้ะ! อายุที่มากขึ้นทำให้ระบบย่อยอาหารช้าลง โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน จะทำให้กระเพาะบีบตัวน้อยลง ส่งผลให้มีอาหารค้างเหลืออยู่ในกระเพาะ

4.ท้องผูกเป็นประจำ

ทำให้ความดันภายในทางเดินอาหารสูงขึ้น มีอาการอืดท้อง เสียดท้อง ควรฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา ดื่มน้ำมากขึ้น ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายและกินอาหารที่มีกากใย

5.นิ่วในถุงน้ำดี

กลุ่มเสี่ยงคือเพศหญิงที่มีอายุเกิน 40 ปี หากมีอาการจุกเสียด แน่นท้องหลังจากรับประทานอาหารมันอาจเป็นเพราะนิ่วถุงน้ำดีได้

6.การติดเชื้อแบคทีเรีย

แบคทีเรียที่มีชื่อว่าเอช ไพโรไล (H.pylori) ซึ่งอาศัยอยู่ที่เยื่อบุกระเพาะอาหารทำให้เกิดกระเพาะอักเสบ เกิดอาการเสียดท้อง แน่นท้องและมีลมในท้องได้

7.โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

อันนี้แหละที่อยากเตือนกัน ซึ่งในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อระยะของโรคมีการพัฒนาขึ้น อาจทำให้มีอาการคล้ายโรคแผลในกระเพาะอาหาร

วิธีสังเกตว่าท้องอืดไม่ใช่เรื่องปกติ!

1.สังเกตว่าท้องอืดและมีอาการปวดท้องร่วมหรือไม่

2.น้ำหนักตัวลดลง ผอมลงแบบผิดสังเกตหรือไม่

3.อุจจาระผิดปกติ เช่น อุจจาระเป็นเลือดหรืออุจจาระสีดำ ๆ แดง ๆ เหลว ไม่เป็นก้อน เนื่องจากอาจมีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่

4.อุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูกสลับท้องเสียหรือไม่ เพราะนี่อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

เพื่อให้สุขภาพดีอยู่กับเราไปนาน ๆ หมั่นดูแล สังเกต และแก้ไขช่องโหว่ที่จะนำพาเราไปสู่สุขภาพที่เจ็บป่วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.bumrungrad.com/th/health-blog/august-2021/flatulence-and-indigestion-maybe-serious

คลิปอีจันแนะนำ
ความในใจ เจ้าสาวโดนออแกไนซ์เทงานแต่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

No stories found.

ข่าวยอดนิยม

No stories found.
อีจัน
www.ejan.co