โซเชียล-เทรนด์ 5 เมษายน 2563 | 10:22 น.

หญิงไทยผู้ช่วยหมอในนิวยอร์กโพสต์เล่าความรุนแรงของเชื้อโควิด-19

เขียนโดย อีจัน
หญิงไทยผู้ช่วยหมอในนิวยอร์กโพสต์เล่าความรุนแรงของเชื้อโควิด-19

เรื่องเล่าโควิด-19 จากผู้ช่วยหมอในนิวยอร์ก อ่านแล้วคุณจะเข้าใจว่าการอยู่บ้านดีที่สุดแล้ว #stayhome

ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ซึ่งเธอทำหน้าที่เป็นมือขวาของหมอ ทำงานและอาศัยที่ Bronx, New York ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าเรื่องราวของอาทิตย์ที่เธอได้ทำงาน ซึ่งพบว่ามีแต่คนไข้โควิด-19 เข้ามารับการรักษา โดยระบุข้อความว่า

จริงๆ แล้วไม่อยากเกาะกระแส Covid 19 แต่อยากให้ทุกคนได้เข้าใจว่าโรคนี้น่ากลัวและใกล้ตัวกว่าที่คิด เราทำงานที่โรงพยาบาล ตำแหน่งคือ Physician Assistant (PA) ตำแหน่งนี้ที่บ้านเรายังไม่มี งานก็คล้ายกับมือขวาของหมอ การเทรนนั้นเหมือนหมอทุกอย่างแต่ใช้เวลาเรียนน้อยกว่า คือจะสั่งยาได้สั่งเล็ป ใส่ท่อ ใส่สายต่างๆใส่เฝือก เย็บแผล ปั้มหัวใจ ... จะเป็นตำแหน่งระหว่างหมอกับพยาบาล แต่เราจะเจอและใช้เวลากับคนไข้มากกว่าหมอเพราะหมอ 1 คน คุมคนไข้30 คน ก็จะมี PA 2 คน ช่วยหมอดูคนไข้คนละ 15 คน ทำงานอยู่ที่ Bronx, NY สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมามีแต่คนไข้ Covid 19

อยากให้ทุกคนที่บ่นว่าเบื่ออยู่บ้าน รัฐบาลเส็งเครง เลิกบ่นเถอะ เพราะเบื่ออยู่บ้านนั้นก็ยังดีกว่าออกมาทำงานด้วยความกลัว ... กลัวตาย

ตอนนี้พวกพนักงานโรงพยาบาลอย่างพวกเราต้องสวดมนต์ขอให้พระคุ้มครอง มองหน้าพ่อ แม่, ลูกน้อย และสามี สั่งเสียกันว่า ไปแล้วอาจจะติดเชื้ออาจจะไม่ได้กลับบ้านนะ รักทุกคนนะ กอดลากันแบบแนบแน่นเหมือนไม่รู้ว่าเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้อีกไหม ไม่คิดเลยว่างานผู้ช่วยหมอต็อกต๋อยอย่างเรามันจะเสี่ยงขนาดนี้

อยากจะบอกว่า ตอนนี้คนไข้ล้นโรงพยาบาล PPE ไม่พอ อันนี้ทุกคนรู้ แต่ที่คุณๆไม่รู้คือ การตายด้วยโรคนี้ เป็นการตายที่โดดเดี่ยวและทรมาน คนไข้พอ admitted แล้ว ครอบครัว ลูก ผัว พ่อ แม่ พี่น้อง ห้ามเยี่ยมเด็ดขาด ตอนแรกอาการอาจจะไม่หนัก แต่พอมารวมแออัดกันกับคนไข้อื่นๆก็เกิดอาการ แบ่งเชื้อกันไปมา cross contaminated ที่ไม่หนักก็อาจจะเกิดเป็นอาการหนักขึ้น

ภาพจากอีจัน


พยาบาลนั้นน่าสงสารที่สุด หมอ กับ PA ก็จะวิ่งเข้าแล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องคนไข้เพราะเราพยายามเซฟตัวเองให้สัมผัสกับเชื้อโรคให้น้อยที่สุด แต่พยาบาลต้องเข้าไปตรวจความดัน ให้ยา โดยมากคนไข้ไม่ได้เป็นแค่ Covid แต่มีโรคประจำตัวจิปาถะ ยาก็เยอะ พยาบาลก็ต้องเข้าๆ ออกๆ เข้าห้องโน้นออกห้องนี้ แต่คุณอย่าลืมว่าคนไข้ทุกคนติดเชื้อ ลองคิดดู 12 ชั่วโมงขลุกอยู่กับเชื้อ Corona แบบไม่ได้พักเพราะคนไข้หลายคนอาการหนัก พอ ออกซิเจนตกก็ต้องรีบเข้าไปดู เพราะห่วงคนไข้เพราะเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน

ที่จะบอกว่ากลัวก็เพราะว่า Covid 19 ไปทำลายเนื้อเยื่อปอดโดยตรง ถ้าโชคดีก็ไม่มีอาการ หรือมีบ้างเล็กน้อย แต่คนไข้ที่อาการเริ่มหนักขึ้นก็จะเริ่มหายใจไม่ออก ปอดเริ่มชื้นมีน้ำท่วม ถ้าคิดไม่ออกก็ลองหลับตาแล้วคิดถึงภาพเรากำลังจมน้ำแล้วหายใจไม่ออก น้ำเต็มจมูกเต็มปาก หรือตอนไปทำฟันแล้วน้ำลายเต็มคอ กลืนไม่ได้ หายใจไม่ออก (จนหมอดูดน้ำออกจากปากเรา เราก็หายใจเฮือกใหญ่แบบรอดตายแล้วกู) มันทรมานขนาดไหน โรคนี้ก็เช่นกัน ทางช่วยอย่างเดียวคือเครื่องช่วยหายใจซึ่งตอนนี้เป็นของล้ำค่า ตกหนักที่หมอต้องเลือกว่าใครจะมีค่าควรกับเครื่องนี้มากกว่ากัน ไม่มีหมอคนไหนอยากทำหน้าที่นี้หรอกนะคุณ มันไม่ใช่หน้าที่ของหมอเลย

คืนก่อนมีคนไข้หนัก สอง สามคน ทุกคนนอนทรมาน พยายามหายใจเข้าออก ทุรนทุรายเพราะปอดไม่ทำงาน พยาบาลโทรมาตาม เข้าไปดูอาการ ก็ต้องเรียก code team ซึ่งปกติจะเป็นทีมฮีโร่ถ้าทีมนี้มาคนไข้เรารอดแน่ แต่ไม่ใช่กับ Covid19 สุดท้ายทีมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทางออกเดียวคือใส่ท่อช่วยหายใจ ถ้าคนไข้บอกไว้ก่อนแล้วว่าไม่ต้องการใส่ท่อหรือปั๊มหัวใจ เราก็ได้แต่ให้ยามอร์ฟีนเพื่อให้คนไข้ไม่ทรมาน แต่ถ้าคนไข้ full code ก็ต้องใส่ท่อ ปั๊มหัวใจ ทีนี้virusก็จะฟุ้งกระจาย เครื่องป้องกันก็เป็นเศษผ้าบางๆกับหน้ากากกะโหลกกะลา ทีนี้ก็งานเข้ากันทั้งทีม ชุด PPE ตอนใส่นั้นง่าย แต่ตอนถอดแบบจะให้เชื้อไม่ติดมือเสื้อผ้าหน้าผมนี่เป็นเรื่องยาก ถึงกับต้องมี class อบรมกันเลยทีเดียว

Process of dying นี่แหละคือความน่ากลัว ไม่มียาฆ่าไวรัส ไม่มียารักษา รักษาตามอาการ ยาที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็เหมือนเสี่ยงดวง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวง!!

คือทั้งทีมได้แต่ยืนมองคนไข้นอนทุรนทุรายกระเสือกกระสนต่อสู้เพื่อลมหายใจแต่ละเฮือก แต่ละเฮือกนั่นเป็นสิ่งที่แสนทรมาน สายตาที่มองมาทางพวกเราวิงวอนว่าหมอช่วยด้วย แต่เราก็ได้แต่ยืนนิ่งเพราะเราก็ทำกันสุดความสามารถที่มีแล้ว ญาติพี่น้อง ลูก หลาน ผัว เมีย ก็ไม่ได้ล่ำลา เป็นการตายที่โดดเดี่ยวและทรมาน บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าคนไข้เหล่านี้จะกลัวและโดดเดี่ยว ขนาดไหนในช่วงเวลาสุดท้ายและลมหายใจสุดท้ายของชีวิต คนรักษาก็ได้แต่ยืนมองแล้วก็ได้แต่คิดว่าวันนี้เราจะดวงดีเหมือนเมื่อวานไหม แล้วพรุ่งนี้ล่ะ เรายืนมองคนไข้ที่รู้หละว่าอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงเวลาที่เราจะออกกะคือ 12 ชั่วโมง แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ยากดประสาทเพื่อคนไข้ของเราจะได้ทรมานน้อยลงและหวังว่าจะจากไปอย่างสงบ เหมือนเราไร้ค่าและไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่ร่ำเรียน ฝึกฝนมาไม่ได้ช่วยใครได้เลย

คุณลองคิดดูว่าถ้าพ่อ แม่ พี่น้องหรือคนที่คุณรัก ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับคนไข้ของเราล่ะ ไปส่งกันที่โรงพยาบาล ลูบหน้าลูบหลังลากัน แล้วนั่นคือสัมผัสสุดท้าย กอดสุดท้าย การลาครั้งสุดท้าย คุณยังไม่ได้สั่งเสีย ไม่ได้ขอโทษ ไม่ได้บอกรักกัน ไม่ได้บอกว่าคุณโชคดีที่ได้รู้จักและได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นพ่อ แม่ ลูกกัน เป็นคนรักกัน เป็นเพื่อนกัน นี่แหละคือความทรมาน และปวดร้าวใจเราได้แต่ยืนนิ่งน้ำตาตกใน สูดลมหายใจลึกๆแล้วก็เดินไปดูคนไข้คนต่อไป...

ตอนนี้ถึงเข้าใจว่าทำไมเราต้องให้อภัยกัน กอดกัน และบอกรักกันทุกวัน

คุณโชคดีที่ได้นอนอยู่บ้าน มี internet มีหนังดู มีขนมกิน ได้อยู่กับครอบครัว ถ้าคุณอยากจะบ่น ก็ขอให้คิดถึงพวกเราที่โรงพยาบาล เราก็กลัว เราก็เหนื่อย เราก็ล้าและเราก็มีคนที่รักเรา รอเรากลับบ้านเหมือนคุณ เราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้กล้าหาญอะไร ออกจะกลัวจนขี้ขึ้นสมองด้วยซ้ำ ถ้าเลือกได้เราก็ขอนอนเกาตูดดูหนังอยู่ที่บ้านเหมือนพวกคุณ เราก็ไม่อยากมาทำงานที่นอกจากจะต้อง พก PPE แล้วยังต้องมีพระเครื่องพวงใหญ่ที่พ่อแก้วแม่แก้วให้มาคุ้มครองปกป้องลูกน้อยที่ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 40กว่าเข้าไปแล้ว แต่หัวอกพ่อแม่ จะแก่กร้านแค่ไหน ลูกก็ยังคือลูกน้อยของท่าน ที่ท่านรักและห่วงใยเสมอ

อยู่บ้านเถอะคุณ ถ้าคิดว่าตัวเองติดเชื้อก็อย่าโกหก กักตัวเองเถอะ อย่าเห็นแก่ตัว คุณอาจจะไม่เป็นอะไร คุณอาจจะไม่มีใครรักหรือห่วงคุณ คุณอาจจะเห็นแก่ตัวไม่รักและไม่ห่วงใคร แต่คนที่คุณเอาโรคไปติดเขานั้น เขาก็มีครอบครัวมีคนที่รักเขา เขาอาจจะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นลูก เป็นเพื่อนใครจะรู้เขาอาจจะเป็น คนเดียวที่หาเลี้ยงทั้งครอบครัว เขาอาจจะเป็นความหวังเดียวของพ่อแม่ที่แสนชรา หรือเป็นพ่อ หรือ แม่ เลี้ยงเดี่ยวของลูกพิการที่รออยู่ที่บ้าน เขาอาจจะมีกันแค่สองคนพี่น้องไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว มีกันแค่นี้ แล้วความมักง่ายความเห็นแก่ของคนๆหนึ่ง... มาพรากทุกอย่างไป

อยากจะขอร้องให้ทุกคนร่วมมือกัน ถ้าไม่คิดว่าทำเพื่อตัวเอง ก็ทำเพื่อคนอื่น หรือเพื่อชาติก็แล้วกัน หรือไม่ก็ทำเพื่อ หมอ พยาบาล ผู้ช่วยหมอ ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานก้องแลป ช่างX-ray Respiratory พนักงานเข็นคนไข้ พี่ รปภ. พนักงานทำความสะอาด ทุกคน ทุกอาชีพ ที่ทำงานหนักตอนนี้เพื่อให้ทุกคนได้อยู่บ้านอยู่กับครอบครัว ถามว่ากลัวไหม ...ขอตอบเลยว่ากลัวมาก เราไม่อยากตายแบบทรมานแบบคนไข้ของเรา และเราก็ไม่อยากเอามาติดคนที่บ้าน แต่ในความกลัวยังมีความหวังเพียงแต่ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน

#stayhome
#staythef...khome
#flattenedthecurve


ขอบคุณบทความที่ทำให้ได้เห็นสถานการณ์อันน่ากลัวของโรคโควิด-19 จากคุณ Bebe Patumanon ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Bebe Patumanon สู้ๆนะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19  หยุดเราฟิตไม่ได้ “เต้ย วุฒิพงษ์” รีวิวออกกำลังกายที่บ้าน
โควิด-19 หยุดเราฟิตไม่ได้ “เต้ย วุฒิพงษ์” รีวิวออกกำลังกายที่บ้าน
ประกาศเคอร์ฟิว ทั่วประเทศ เริ่ม 3 เมษายน 2563
ประกาศเคอร์ฟิว ทั่วประเทศ เริ่ม 3 เมษายน 2563
หญิงไทยผู้ช่วยหมอในนิวยอร์กโพสต์เล่าความรุนแรงของเชื้อโควิด-19
หญิงไทยผู้ช่วยหมอในนิวยอร์กโพสต์เล่าความรุนแรงของเชื้อโควิด-19
กักตัวมีใครให้มากกว่านี้ไหม? อสม.เป็นทุกอย่างให้แล้ว
กักตัวมีใครให้มากกว่านี้ไหม? อสม.เป็นทุกอย่างให้แล้ว
ฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปกครองบุกจับบ่อนใหญ่ กลางเมืองนนทบุรี
ฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปกครองบุกจับบ่อนใหญ่ กลางเมืองนนทบุรี