ข่าวอีจัน 27 พฤษภาคม 2563 | 17:22 น.

ขยายผลจับขบวนการ “โรแมนซ์สแกม” ลวงให้รัก แล้วหลอกโอน

เขียนโดย อีจัน
ขยายผลจับขบวนการ “โรแมนซ์สแกม” ลวงให้รัก แล้วหลอกโอน

สตม.ขยายผลจับขบวนการ “โรแมนซ์สแกม” แก๊งลวงรักออนไลน์ ก่อนหลอกเหยื่อโอนเงิน


วันนี้ (27 พ.ค. 2563) ที่ สตม.สวนพลู มีการแถลงการณ์ขยายผลจับกุมขบวนการ “โรแมนซ์สแกม” ซึ่งเป็นขบวนการลวงให้รักทางออนไลน์ แล้วหลอกโอนเงิน ซึ่ง ตม.ระยอง ร่วมกันจับกุมตัวนาย โจซี สัญชาติไนจีเรีย โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” ก่อนนำส่ง สภ.เมืองระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภาพจากอีจัน


คดีนี้ สืบเนื่องจาก บก.ตม.3 ได้บูรณาการร่วมกันกับ ตม.จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง สืบสวนขยายผลจากกลุ่มคนร้าย คดีโรแมนซ์สแกม ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้
ประชาชนจำนวนมาก ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ “โรแมนซ์สแกม” ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมตัว น.ส.สุดาทิพย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ในความผิดฐาน “ร่วมก้นฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา
โดย น.ส.สุดาทิพย์ ให้ข้อมูลว่ามีหน้าที่เป็นผู้ตระเวนกดเงินจากบัญชีธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี นายรอซาลี เลขที่บัญชี 317273xxxx ผ่านตู้เอทีเอ็ม ใน จ.นครสวรรค์ เมื่อกดเงินสดออกมาแล้วได้รวบรวมเงิน นำไปฝากเงินเข้าตู้ โดยได้หักเงินค่าจ้างในการตระเวนกดเงินแล้ว ฝากเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี น.ส.นงลักษณ์ เลขที่บัญชี 626252xxxx
จากการตรวจสอบข้อมูลการถอนเงินสดจากบัญชี “นงลักษณ์” พบว่า ผู้กดเงินสดออกจากบัญชีดังกล่าว เป็นชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ ผิวสี ในพื้นที่จังหวัดระยอง จนกระทั่งสืบสวนพบว่า หลังจากที่ น.ส.สุดาทิพย์ (ม้ากดเงิน) ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้ว คนร้ายได้มีการย้ายที่พักอาศัยในทันที โดยหลบหนีไปเช่าพักอาศัยที่คอนโดแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ระยอง
ภาพจากอีจัน



คนร้ายคนนี้ มีภรรยาคนไทย เป็นผู้ติดต่อหาเช่าที่พัก ซึ่งพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังในการกระทำความผิดของกลุ่มเครือข่ายโรแมนซ์สแกม และเมื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายโจซี พบว่า ถือสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร ชนิดคนอยู่ชั่วคราว และการอนุญาตเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2557 จากนั้นก็หลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำหมายค้นศาลจังหวัดระยองเข้าตรวจค้น และสามารถตรวจยึดของกลาง จากห้องพักของผู้ต้องหา ดังนี้
1.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 2 เครื่อง
2.บัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 2 ใบ
3.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ ทะเบียน ชลบุรี จำนวน 1 คัน

จากการสอบสวนขยายผลจากของกลางที่ตรวจยึดได้ เบื้องต้นพบว่า มีความเชื่อมโยงในคดีที่มีผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วที่ สภ.เมืองระนอง ซึ่งทาง สตม.จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายการกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจากอีจัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบค.เผยไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด
ศบค.เผยไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด
เตรียมกระทงสายบูชาพญานาค
เตรียมกระทงสายบูชาพญานาค
ผงะ ! สั่งหม่าล่า 250 บาท น้อยจนคิดว่าสไตล์มินิมอล
ผงะ ! สั่งหม่าล่า 250 บาท น้อยจนคิดว่าสไตล์มินิมอล