หนุ่มคู่กรณีพ่อ ไวท์ ณวัชร์ เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ

ความคืบหน้าคดี! หนุ่มคู่กรณีพ่อ ไวท์ ณวัชร์ เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ - แจ้งความกลับพ่อไวท์ 2 ข้อหา
หนุ่มคู่กรณีพ่อ ไวท์ ณวัชร์ เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ

ความคืบหน้าจากกรณีก่อนหน้านี้ที่พ่อและแม่ของดาราหนุ่ม ไวท์ ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม ถูกคู่กรณีขับรถเฉี่ยวชนทำร้ายร่างกาย หลังเกิดอุบัติเหตุที่เชิงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ภาพจาก IG : ww.nawat

ล่าสุดวันนี้ ( 25 ส.ค.64 ) เวลา 11.00 น. นายกันตภณ เตชะคหบดี ผู้ต้องหาคดีขับรถเฉี่ยวชนและทำร้ายร่างกายนายสุรศักดิ์ พุ่มโพธิงามและนางนฤมล อริยานุวัฒน์ บิดามารดาของนายณวัชร์ หรือ ไวท์ พุ่มโพธิงาม ดาราหนุ่มนักแสดงหนุ่ม ได้เดินทางพร้อมทนายความส่วนตัวเข้าพบ พ.ต.ท.สำราญ ช่วยท้าว รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางกรวย ตามหมายเรียกเพื่อสอบปากคำจากกรณีที่เกิดเหตุวิวาทกันหลังเกิดอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกัน

โดยมีครอบครัวของดาราหนุ่ม คือ นายสุรศักดิ์ พุ่มโพธิงาม อายุ 58 ปี และนางนฤมล อริยานุวัฒน์ อายุ 47 ปี นายณวัชร์ พุ่มโพธิงาม ดาราหนุ่ม และทนายความ เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย หลังทราบข่าวว่าคู่กรณีจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสุรศักดิ์ พุ่มโพธิงาม พ่อดาราหนุ่ม กล่าวว่า “ทราบว่าคู่กรณีคนดังกล่าวจะแจ้งความกลับตน 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์นั้น ตนถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขาถ้าเขามีพยานหลักฐานที่จะแจ้งกลับตน เพราะทางตนมีหลักฐานเพียงพอทั้งภาพจากกล้องหน้ารถและพยานบุคคลในที่เกิดเหตุซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตนยืนยันว่าคู่กรณีฝ่ายตรงข้ามลงมือทำร้ายตนก่อน รวมทั้งทำลายทรัพย์สินตน ใช้อาวุธทำร้ายตน ถ้าตนไม่ต่อสู้จะยอมให้เขามาทำร้ายฝ่ายเดียวคงจะแย่แน่ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดี ตนขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตนไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม ถ้าเขามีหลักฐานมีคลิปว่าตนเป็นฝ่ายเริ่มให้เอาหลักฐานเอาคลิปออกมายืนยันได้เลย เพราะจากจุดเริ่มต้นตนออกจากปั้มตนขับรถอยู่ด้านหลังเขาห่างประมาณ 2 คันรถถ้าไล่บี้เขารถของตนเครื่องแรงต้องชนเขาไปแล้ว เอากล้องวงจรปิดและกล้องหน้ารถออกมาสู้กัน เรื่องคู่กรณีว่าไม่มีของแข็งทุบรถทางเรามีพยาน ทางเรามีพยานบุคคลและคลิปเหตุการณ์ว่าเราเป็นผู้เสียหายทางเราจึงเข้าแจ้งความ แต่คู่กรณียังไม่มีการแจ้งความเพิ่งจะเข้าพบตำรวจวันนี้ เราไม่ได้กังวลเรื่องเขาเป็นลูกหลานผู้หลักผู้ใหญ่ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีใครโทรมาประสานเรื่องเจรจาหรือพูดคุยใดๆ ทางครอบครัวตนต้องการความยุติธรรม คู่กรณีรู้อยู่แล้วว่าทำอะไรลงไป ถ้าเขาไปทำแบบนี้กับใครอีกจะว่าอย่างไรถ้าผู้ใหญ่จะยื่นมือมาช่วยเขา ให้เขาเอาพยานหลักฐานมาสู้กันตามขบวนการยุติธรรม ส่วนที่ทนายแจ้งว่าเขาเป็นผู้ป่วยจิตเวชนั้น คนป่วยต้องไม่มีสติสามารถขับรถไปได้ควบคุมตัวเองไม่ได้ การกล่าวอ้างฟังไม่ขึ้น

หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป จะคอยมาอัปเดตความคืบหน้าให้ทราบค่ะ

ภาพจาก IG : ww.nawat
คลิปอีจันแนะนำ
อีจัน
www.ejan.co